ติดตามข่าวท้องถิ่น ร้องทุกข์ชาวบ้าน ข่าวอาชญากรรม ข่าวสังคม การเมือง บันเทิง กีฬา และคอลัมน์ วิเคราะห์เจาะลึก รายการพากินพาเที่ยว รับงานอีเวนท์ออกสื่อทุกชนิด สมัครเป็นสมาชิกส่งข่าว ร้องทุกข์ และร้องเรียนได้ที่ pooth.pnn@gmail.com *ห้ามมิให้ผู้สื่อข่าวใช้จรรยาบรรณไปในทางไม่ถูกต้อง (บรรณาธิการบริหาร)
วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2565
สืบสวน ตม.1 จับกุม เครือข่ายหลอกรัก สมาชิกแก๊ง “Kong River” (โขงริเวอร์)
(อ่านแล้ว 5565 ครั้ง)
Share on Google+

  

 

วันที่ 11 พ.ค.2565 พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. มอบหมายให้ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม.พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.ณรงค์เวทย์ โอนสูงเนิน รอง ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ ผกก.สส.บก.ตม.1 พร้อมชุดสืบสวนฯ แถลงข่าวการจับกุมคนร้ายต่างชาติ 2 ราย คือ นายโจเอล อายุ 22 ปี สัญชาติแคมารูน และ นายซิลลา อายุ 27 ปี สัญชาติ เซเนกัล โดยมีพฤติการณ์จะแสดงตนว่าเป็นนักธุรกิจชาวต่างชาติที่มีฐานะดี ซึ่งทุกรายอยู่ในระหว่างการติดต่อพูดคุยเพื่อหลอกลวง

พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม กล่าวว่า กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากการบูรณาการด้านการข่าวของ กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 กับหน่วยงานด้านการข่าวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ บช.ปส., ปปส., ศุลกากร และ ศรภ. มีการสืบทราบว่าจะมีสมาชิกแก๊งโขงริเวอร์ (กลุ่มคนผิวสีส่วนใหญ่เป็นคนสัญชาติไนจีเรีย ซึ่งจะรวมกลุ่มกันและเคลื่อนไหวกระทำความผิดเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และหลอกลวงให้เหยื่อหรือผู้เสียหายหลงเชื่อว่า เป็นนักธุรกิจ หรือชาวต่างชาติที่มีหน้าตา และฐานะดี แล้วหลอกลวงให้โอนเงินให้ก่อนที่จะตัดขาดการติดต่อ (โรแมนซ์ สแกม) โดยมักจะเดินทางเข้า-ออก และก่อเหตุกับหญิงในประเทศกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ ไทย ลาว และ เมียนมา)  สำหรับในประเทศไทยแก๊งโขงริเวอร์ มีพฤติการณ์ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย มาเคลื่อนไหวเพื่อกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี / อินเตอร์เน็ต (โรแมนซ์ สแกม) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

 

พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ ผกก.สส.บก.ตม.1  กล่าวว่า จากการบูรณาการด้านการข่าวกับ ป.ป.ส. และ บช.ปส. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.ตม.1 สืบทราบว่ามีสมาชิกแก๊งโขงริเวอร์ มาแฝงตัวพักอาศัยอยู่บริเวณที่พักย่านนวมินทร์ แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพฯ จึงได้วางแผนจัดกำลังเข้าทำการตรวจสอบ จนกระทั่งสามารถดำเนินการจับกุมบุคคลต่างด้าวเป็นชายชาวต่างชาติผิวสี 2 รายดังข้างต้น จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบเอกสารการเดินทางหรือหลักฐานการเข้าเมืองโดยถูกกฎหมาย จากนั้นเจ้าหน้าที่ฯ ได้ทำการตรวจสอบห้องพักของผู้ถูกจับเพื่อค้นหาสิ่งผิดกฎหมายตามข้อมูลที่ได้รับแจ้ง ผลปรากฏว่าไม่พบยาเสพติดและสิ่งของผิดกฎหมาย แต่อย่างใด        

แต่จากการตรวจสอบเพิ่มเติม ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบข้อมูลภายในโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ถูกจับทั้ง 2 รายพบว่า มีการพูดคุยในลักษณะเชิงชู้สาว กับหญิงสาวทั้งชาวไทย ลาว และเมียนมา ในแอปพลิเคชันแชท What app, Line และ Messengers โดยจะแสดงตนว่าเป็นนักธุรกิจชาวต่างชาติที่มีฐานะดี ซึ่งทุกรายอยู่ในระหว่างการติดต่อพูดคุยเพื่อหลอกลวง แต่เหยื่อยังไม่ทันหลงเชื่อจนถึงขั้นโอนเงินให้ จนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน จากการตรวจสอบเอกสารการเข้าเมืองและวีซ่า พบว่านายโจเอล อายุ 22 ปี สัญชาติแคมารูน ผู้ถูกจับที่ 1 มีหนังสือเดินทางแต่การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลงแล้ว จำนวน 1,087 วัน และ นายซิลลา อายุ 27 ปี สัญชาติ เซเนกัล ผู้ถูกจับที่ 2 ไม่มีหนังสือเดินทางมาแสดง  เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อหาให้นายโจเอล ผู้ถูกจับกุมที่ 1 ทราบว่า “เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” และนายซิลลา ผู้ถูกจับที่ 2 ทราบว่า “เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ในชั้นจับกุมผู้ถูกจับที่ 1 และ 2 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงควบคุมตัวผู้ถูกจับทั้ง 2 คน ส่งพนักงานสอบสวน บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งได้ส่งข้อมูลฯ และประสาน ป.ป.ส. และ บช.ปส. เพื่อให้ดำเนินการสืบสวนเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป

คริส พรเพ็ชรรัตน์ ผอ.สำนักข่าวเจาะเกราะนิวส์ รายงาน 

 

Share on Google+
เศรษฐกิจในประเทศ