ติดตามข่าวท้องถิ่น ร้องทุกข์ชาวบ้าน ข่าวอาชญากรรม ข่าวสังคม การเมือง บันเทิง กีฬา และคอลัมน์ วิเคราะห์เจาะลึก รายการพากินพาเที่ยว รับงานอีเวนท์ออกสื่อทุกชนิด สมัครเป็นสมาชิกส่งข่าว ร้องทุกข์ และร้องเรียนได้ที่ pooth.pnn@gmail.com *ห้ามมิให้ผู้สื่อข่าวใช้จรรยาบรรณไปในทางไม่ถูกต้อง (บรรณาธิการบริหาร)
วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2565
พรหมชีวา​ นำร่องเกษตรเชิงท่องเที่ยวครบวงจร​ เปิดบ้านต้อนรับคณะ สมช.และสมาคมการแพทย์แผนไทยเฉลิมราช พร้อมร่วมลงนาม MOU ผลักดันการตลาดสมุนไพรไทย และข้าว กข43
(อ่านแล้ว 5397 ครั้ง)
Share on Google+

 

วันที่ 15 ม.ค.2565 ที่อาคารพรหมชีวา เลขที่ 126 ต.บางเลน อ.บางเลน จว.นครปฐม ดร.สุขุม วงประสิทธิ ประธานกรรมการบริษัทพรหมชีวาจำกัด / นายกกิตติมศักดิ์สมาคมส่งเสริมชาวนาไทย พร้อมด้วย คุณเตือนใจ วงประสิทธิ กรรมการผู้จัดการฯ ร่วมให้การต้อนรับ คณะผู้บริหารสมาคมการแพทย์แผนไทยเฉลิมราช  จว.ขอนแก่น นำโดย นายประมวล พิมพ์เสน ประธานที่ปรึกษาสมาคมฯ / ภก.คมสัน  ธีรานุรักษ์  นายกสมาคมฯ / ร.ต.ต.ทวีสิทธิ์  ขุนน้อย กรรมการบริหารสมาคมฯ / ดร.อดุลย์ แก้วศรีงาม กรรมการบริหารสมาคมฯ / นางฐิตาภัสร์ วรานนท์พิริยะ ผช.เลขานุการ / ดร.สุทัศน์ ผลบุญ ประชาสัมพันธ์สมาคม / นายธเนศ  บุญโท / นายชาลี  พงษ์นุ่มกูล ที่เดินทางมาดูการดำเนินการของบริษัทพรหมชีวาจำกัด ในเรื่องสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน ในการผลิตและทำการตลาดข้าวปลอดภัย กข.43 ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และ พืชสมุนไพร เพื่อเตรียมการประชุมสัญจรสมาคมการแพทย์แผนไทยเฉลิมราช ประจำปี2565 และการประชุมสมัชชาชาวพุทธเพื่อความมั่นคงของชาติ (สมช.)ในวันที่16 ม.ค.2565

ในการนี้ทาง ดร.สุขุม วงประสิทธิ ประธานกรรมการบริษัทพรหมชีวาจำกัด ได้นำคณะสมาคมการแพทย์แผนไทยเฉลิมราช  ไปศึกษาการทำแปลงนาสาธิตข้าว กข43 ของนายไชยา วิมูลชาติ ปราชญ์ชาวบ้านและเกษตรกรดีเด่นระดับประเทศ และเป็นประธานวิสาหกิจชุมชนไผ่หูช้าง2 ซึ่งแปลงนาสาธิตดังกล่าวถูกสร้างเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ชาวนา และ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรได้มาเรียนรู้ในการพัฒนาการปลูกข้าว กข.43 เพื่อร่วมส่งเสริมการพัฒนาแก้ไขปัญหาตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมดิน การทำนา ทดลองเปลี่ยน จากการทำหว่านเป็นการทำนาดำ เพื่อให้ผลผลิตเพิ่มสูงขึ้น การนำสารอินทรีย์ให้อาหารดิน ทำให้ศรัตรูพืชน้อยลง และจะทำให้การใช้สารเคมีต่างๆน้อยลง ต้นทุนจะต่ำลงรวมถึงการส่งเสริมด้านการขายอีกด้วย

ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินทางไปยังโรงสีวิสาหกิจชุมชนไผ่หูช้าง2 เพื่อเรียนรู้การสีข้าวแบบชุมชนไม่พึ่งโรงสีใหญ่ เพื่อการคัดเกรด และควบคุมการผลิตให้ได้ตามความต้องการ และเป็นการส่งเสริมการทำนาของวิสาหกิจชุมชนไผ่หูช้าง2 ก่อนที่ นายไชยา วิมูลชาติ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไผ่หูช้าง2 จะทำการมอบข้าว กข43 และข้าวไรซ์เบอร์รี่ให้ แก่คณะผู้บริหารสมาคมการแพทย์แผนไทยเฉลิมราช เป็นของฝาก

ต่อมาในวันที่ 16 ม.ค.2565 เวลา 10.00 น. ที่อาคารพรหมชีวา นายประมวล พิมพ์เสน ประธานที่ปรึกษาสมาคมฯ ได้เป็นประธานเปิดการประชุมสัญจรของสมาคมการแพทย์แผนไทยเฉลิมราช รวมถึงการประชุมสมัชชาชาวพุทธเพื่อความมั่นคงของชาติ

โดยนายประมวล พิมพ์เสน ประธานที่ปรึกษาสมาคมฯ ได้กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อเตรียมแผนการให้องค์กรทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ได้มาพบปะพูดคุยกัน เกี่ยวกับหลักนโยบาย ส่งเสริม สร้างสรรค์ เพื่อยกระดับพระพุทธศาสนา เป็นศาสนาเอกของโลก และการจัดทำนโยบายหลัก 3 ปี ( พ.ศ. 2565-2567) ขององค์กรชาวพุทธ มอบให้รัฐบาล และพรรคการเมือง นำไปขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป เตรียมแนวทางการจัดหาทุนในการดำเนินงาน ของสมัชชาชาวพุทธเพื่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งในที่ประชุมนั้นได้ลงมติมอบหมายให้ ดร.สุขุม วงประสิทธิ เป็นประธานคณะกรรมการดำเนินการจัดหาทุน เพื่อขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีตนเองเป็นประธานที่ปรึกษา

ต่อจากนั้นนายประมวล พิมพ์เสน ประธานที่ปรึกษาสมาคมฯ ได้เป็นประธานการประชุมการบันทึกข้อตกลง(MOU)การประสานความร่วมมือโครงการพัฒนาช่องทางการจำหน่ายสมุนไพรไทย และ ข้าว กข. 43 ระหว่าง สมาคมการแพทย์แผนไทยเฉลิมราช กับ บริษัทพรหมชีวาจำกัด 

นายคมสัน ธีรานุรักษ์ นายกสมาคม  กล่าวว่า สมาคมฯ เป็นองค์กร ส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรมแพทย์แผนไทย พัฒนาสมุนไพรไทย การดำเนินงานโครงการฝึกอบรมผู้ปลูกสมุนไพร การให้ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย และการเชื่อมโยงเครือข่ายสมาคมแพทย์แผนไทย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมแพทย์แผนไทย และ บริษัทพรหมชีวา จำกัดเอง เป็นบริษัทที่ดำเนินกิจการด้านธุรกิจเพื่อสังคม  (Social Enterprise: SE) มีจุดมุ่งหมายหลักในการแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม ช่วยเหลือชาวนา และเกษตรกรสาขาต่างๆ  โดยใช้กลไกการบริหารจัดการที่ดีของภาคธุรกิจมาบวกกับความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสังคม มีความยั่งยืนทางการเงินจากรายได้หลักที่มาจากสินค้าหรือบริการโดยไม่ต้องพึ่งพาเงินบริจาค และมีการนำผลกำไรที่เกิดขึ้นไปลงทุนซ้ำ เพื่อขยายการดำเนินกิจการด้านธุรกิจเพื่อสังคมต่อไป

ดร.สุขุม วงประสิทธิ ประธานกรรมการบริษัทพรหมชีวาจำกัด กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมขับเคลื่อนพัฒนาต่อยอดด้านพระพุทธศาสนา และการร่วมมือพัฒนาการกระจายสินค้าผลิตผลิตเกษตรกรรม ซึ่งเป็น2ใน4ปณิทานที่พรหมชีวาปฏิบัติเสมอมา ซึ่งตนเองรู้สึกภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับทางสมาคมการแพทย์แผนไทยเฉลิมราช รวมถึงได้รับเกียรติให้ตนเองเป็นประธานคณะกรรมการดำเนินการจัดหาทุน เพื่อขับเคลื่อนสมัชชาฯอย่างเป็นรูปธรรม  

พรหมชีวา ซึ่งในขณะนี้เป็นบริษัทที่ดำเนินการธุรกิจเพื่อสังคมในรูปแบบ Socail Enterprise  และลงมาส่งเสริมให้ชาวนาอย่างเต็มตัว โดยที่ผ่านมา ทางพรหมชีวาเอง ได้สนับสนุนเม็ดเงินไปเป็นจำนวนมาก เพื่อช่วยกระตุ้นการดำเนินการช่วยเหลือพัฒนาชาวนา ตลอดจนลงมาเช่าที่นาเพื่อทำแปลงนาสาธิตในการค้นคว้า วิจัย โดยนำเอาปราชญ์ชาวบ้าน รวมถึงนักวิจัย มาร่วมค้นคว้าหาวิธีการแก้ไขในเรื่องปัญหาต่างๆอาทิ การเพิ่มผลผลิตจากการปลูกข้าว การลดต้นทุนของชาวนา รวมถึงการตลาด

ซึ่งขณะนี้ทางพรหมชีวาได้เป็นการตลาดและตัวแทนการจำหน่ายข้าว กข43 ให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนไผ่หูช้าง2 ภายใต้แบรนด์พรหมชีวา และพรหมชีวานั้นไม่สามารถซื้อข้าวจากชาวนาเป็นรายบุคคลได้ แต่จะรับซื้อเฉพาะที่เป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อความมีมาตรฐานของการปลูก คัดสรร การผลิต เช่น ในภาคอีสานได้มีกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และองค์กร ที่พรหมชีวาได้ดำเนินการมาร่วมกันประมาณ 20 จังหวัด นั่นคือพรหมชีวาจะสามารถกระจายข้าว กข43 รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไปยังภาคอีสานได้ครอบคลุม และในอีกทางหนึ่งพรหมชีวาจะนำผลิตภัณฑ์ของทางภาคอีสานมาทำการตลาดในพื้นที่อื่นๆรวมถึงนครปฐมด้วย และไม่เพียงแต่ข้าว กข43 เท่านั้น ต่อไปจะทำการตลาดรวมถึงข้าวหอมสายพันธ์อื่นๆด้วย ภายใต้เงื่อนไขว่าข้าวต่างๆต้องออกจากโรงสีวิสาหกิจชุมชนเท่านั้นเพื่อการควบคุมมาตรฐานข้าวและราคา เพราะพรหมชีวาทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ไปก่อนหน้านี้ว่าจะจัดจำหน่ายข้าวคุณภาพ ข้าวปลอดภัย หรือมีสารพิษน้อยที่สุด ซึ่งการไปสีในโรงสีใหญ่ที่ต้องสีจำนวนเยอะอาจจะมีสารเคมีเจือปน นอกจากนี้ตนเองได้กำชับการสีข้าวว่าห้ามนำข้าวที่ใช้สารเคมีสีออกมาส่งให้พรหมชีวาเด็ดขาด 

ในขณะนี้ พรหมชีวาเอง ได้เตรียมการช่วยพัฒนา ให้ชาวนาเปลี่ยนรูปแบบเป็น Smart Farmer และรวมเป็นวิสาหกิจชุมชน เป็นเกษตรเชิงท่องเที่ยวครบวงจร  หรือแลนมาร์คใหม่จุดเช็คอินของบางเลน อาทิ ทำร้านคาเฟ่สวยๆกลางทุ่งนา จะเกิดผลักดันการท่องเที่ยว ซึ่งทางสมาคมฯจะเสนอไปยังหน่วยงานของทางรัฐ อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยว กระทรวงการเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพานิชย์ และกระทรวงสิ่งแวดล้อม ให้ช่วยสนับสนุนเพื่อเป็นต้นแบบ ให้กับวิสาหกิจชุมชนอื่นๆต่อไป

จากนั้นนายคมสัน ธีรานุรักษ์ นายกสมาคมการแพทย์แผนไทยเฉลิมราช  และ ดร.สุขุม คุณเตือนใจ วงประสิทธิ ผู้บริหารบริษัทพรหมชีวาจำกัด ได้ร่วมลงนามหนังสือสัญญาท่ามกลางพยานทั้งฝ่ายสมาคมฯและบริษัทพรหมชีวาจำกัด พร้อมทั้งผู้สื่อข่าวร่วมเป็นสักขีพยานด้วย ทั้งนี้หลังเสร็จสิ้นการประชุม ได้รับความเมตตาจากพระเดชพระคุณ พระครูปทุมธรรมานุโยค เจ้าอาวาสวัดสระบัวเกลื่อน / เจ้าคณะตำบลสระบัวเกลื่อน ต.สระบัวเกลือน อ.เมือง จ.นครราชสีมา ที่เดินทางมาให้พรในวาระศุภมงคลการประชุมครั้งนี้ พร้อมมอบพระ เครื่องลางให้ทุกท่านที่มาร่วมการประชุมกลับไปสักการะบูชาเป็นมิ่งขวัญมงคลต่อไป 

จากนั้น พระครูปทุมธรรมานุโยค ได้เมตตา ดร.สุขุม วงประสิทธิ เป็นประธานจัดผ้าป่าสามัคคี ทอด ณ วัดสระบัวเกลื่อน ต.บ้านเกาะอ.เมือง จ.นครราชสีมา ในวันอาทิตย์ที่1พฤษภาคม 2665 ซึ่งตรงกับวันแรงงานแห่งชาติอีกด้วย

Share on Google+
เศรษฐกิจในประเทศ