ติดตามข่าวท้องถิ่น ร้องทุกข์ชาวบ้าน ข่าวอาชญากรรม ข่าวสังคม การเมือง บันเทิง กีฬา และคอลัมน์ วิเคราะห์เจาะลึก รายการพากินพาเที่ยว รับงานอีเวนท์ออกสื่อทุกชนิด สมัครเป็นสมาชิกส่งข่าว ร้องทุกข์ และร้องเรียนได้ที่ pooth.pnn@gmail.com *ห้ามมิให้ผู้สื่อข่าวใช้จรรยาบรรณไปในทางไม่ถูกต้อง (บรรณาธิการบริหาร)
วันศุกร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2565
เสี่ยกัง ทินกร บุณสาน นายก อบต.หนองโรง จ.สระบุรี หนุ่มรับซื้อของเก่าสู่ถนนเส้นทางการเมืองท้องถิ่น ด้วยสำนึกรักอยากพัฒนาบ้านเกิด
(อ่านแล้ว 5381 ครั้ง)
Share on Google+

 

 

ทำได้จริง ทำได้ไว ทำทันที คติประจำใจของ นายทินกร บุญสาน หรือเสี่ยกัง นายกอบต.หนองโรง คนปัจจุบันที่กำลังมีกระแสตอบรับจากชาวบ้าน ต.หนองโรง เป็นอย่างดี หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 28 พ.ย.2564 ที่ผ่านพ้นไป นับว่าเป็นคนสายธุรกิจสายการเมืองอยู่เดิมที่ขยับขึ้นมานั่งบริหารเป็น นายก อบต.หนองโรง อย่างเต็มตัว ด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมในความพร้อมในการรับใช้ประชาชน

หากแต่ใครจะรู้ว่าชีวิตของ นายทินกร บุญสาน หรือเสี่ยกัง ปัจจุบันอายุ 46 ปี กว่าจะขึ้นมายืนอยู่จุดตรงนี้นั้นไม่ใช่เพราะโชคช่วย ชีวิตตอนเด็กของนายก อบต.หนองโรง หมาดๆ คนนี้เริ่มจุดกำเนิดเป็นคนพื้นเพ ที่หมู่1 ต.หนองโรง อ.หนองแค จ.สระบุรี นายทินกร บุญสาน เติบโตในครอบครัวฐานะปานกลางไม่ได้ใช้ชีวิตเลิศหรูแต่อย่างใด  เป็นบุตรของ นายแก้ว บุญสาน และ นางนิตยา แซ่เล้า มีพี่น้องต่างบิดามารดาอีก 2 คน โดยนายทินกรเป็นคนโต  เรียนจบชั้นประถมจากโรงเรียน วัดหนองโรง จบชั้นมัธยมจากโรงเรียนหนองแค สรกิจพิทยา จบปริญญาตรีคณะรัฐศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น ซึ่งด้วยความที่บิดา มารดา แยกทางกันทำให้ เสี่ยกัง หรือนายทินกร บุญสาน ต้องออกหารายได้ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น รับจ้างทั่วไป เพื่อนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียนหนังสือ และเก็บหอมรอมริบเอาไว้  หลังเรียนจบด้วยความมีวิสัยทัศน์ เป็นคนฉลาดหัวไว และใจถึง จึงสามารถตั้งตัวประกอบธุรกิจของตัวเองเล็กๆขึ้นด้วยการหุ้นกับเพื่อนๆรับซื้อของเก่าจากกองขยะนำมาขาย ก่อนที่เสี่ยกัง จะหันกลับมาทำงานบริษัทอีกครั้ง และคราวนี้ด้วยประสบการณ์หลายต่อหลายอย่าง เสี่ยกังได้กลับมาดำเนินธุรกิจที่ตนเองถนัด

นายทินกร บุญสาน หรือเสี่ยกัง ได้เล่าว่า เริ่มต้นเดิมทีทางครอบครัวของบิดา คือนายแก้ว บุญสาน นั้นอากงหรือที่ตนเองเรียก ก๋ง มีรถสิบล้อรับจ้างบรรทุกถมดิน ถือว่าฐานะพมมีพอกินเลยทีเดียว แต่เมื่อบิดาแยกทางกับมารดาแล้วก็ไปมีครอบครัวใหม่ ตนเองจึงมีความคิดที่อยากหาเงินด้วยตนเอง สร้างด้วยตนเอง  ที่ผ่านมาตนเองก็ทำงาน ประกอบกิจการแทบไม่ได้ไปรบกวนเงินทองของทางบ้านบิดาเลย ตนเองต้องเอาชีวิตรอด สู้ในทุกสถาณการณ์ ทำให้สติและปัญญา ได้พัฒนาอยู่ทุกวัน นี่คืออีกเหตุผลว่า ความเหนื่อย ความจน มันเป็นอย่างไร ตนเองถึงตั้งใจมาทำงานการเมืองเพื่อพัฒนาบ้านเกิด

ตนเองเริ่มจับที่ดินมาขายจนเข้ามาในวงการอสังหาริมทรัพย์ และก็ทำได้ดีจนสามารถเปิดบริษัท สร้างชีวิตและครอบครัว และประสบความสำเร็จในที่สุด มีทั้งธุรกิจรถสิบล้อ ธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์

มีแต่คนถามว่าทำไมตนเองถึงอยากมาเล่นการเมืองอยู่เป็นนักธุรกิจมีเงินก็สบายอยู่แล้ว นั่นเพราะเพียงแค่การมีเงินไม่ใช่คำตอบ หากแต่ บ้านเมืองซึ่งเป็นบ้านเกิดของเรา ชาวบ้านที่นับว่าเป็นลุง เป็นป้า เป็นญาติเราที่เห็นมาแต่เด็กยังไม่มีความสุข ยังไม่ได้รับสวัสดิการที่ดีของหน่วยงานรัฐ ยังลำบากกับสภาวะแวดล้อมเช่น ถนนหนทาง น้ำประปา ไฟฟ้า ที่ผ่านมาตนเองถือว่าได้เข้าไปเรียนรู้ระบบการทำงานใน อบต.หนองโรงมา เริ่มจากประมาณปี2551 ตนเองได้รับให้ดำรงตำแหน่งสมาชิก อบต.หนองโรง อยู่2สมัย ก่อนที่จะได้รับการให้รับตำแหน่ง รองนายก อบต.หนองโรง และลาออกมาสมัครลงเลือกตั้ง นายก อบต.หนองโรง จนได้รับตำแหน่งนี้มา ท่านอดีตนายก อบต.ท่านก็เป็นนักการเมืองท้องถิ่นอีกท่านที่เป็นคนดี และทำเพื่อประชาชนมาอย่างสม่ำเสมอ ตนเองไม่เคยคิดเทียบหรือวัดรอยเท้าท่านอดีตนายก แต่อย่างใด เพียงแค่ตนเองอยากลองใช้ความรู้ ความสามารถที่มี มาช่วยบริหารงานให้ชาวบ้านบ้าง และจากประสบการณ์ในการทำงานที่ อบตงหนองโรงมานั้น ตนเองได้ออกไปช่วยชาวบ้านในเรื่องต่างๆ ได้รับฟังความคิดเห็นแนวทางที่ชาวบ้านต้องการ เพราะตนเองอยู่กับชุมชน อยู่กับชาวบ้านอยู่เป็นประจำทำให้รับรู้เรื่องเดือดร้อนของชาวบ้าน

ตนเองเป็นคนมุ่งมั่นมาตั้งแต่เด็กทั้งเรียนเรียนเรื่องงาน และแน่นอน ความมุ่งมั่นนี้ที่มีในฐานะความสำนึกรักบ้านเกิดจึงอยากมาช่วยสร้าง ช่วยพัฒนา นำความรู้ ประสบการณ์ ความเข้าถึง เข้าใจ มาช่วยพ่อแม่พี่น้องชาวหนองโรง  ตนเองเชื่อว่าคนหนองโรง อาจจะอยากเห็นสิ่งใหม่ๆที่กำลังจะเกิดขึ้น จึงให้แรงสนับสนุนคนใหม่ๆเข้ามาทำงานบ้าง ซึ่งเรื่องแรกเลยที่ตนเองจะต้องทำอย่างเร่งด่วนคือ การพัฒนาภูมิทัศน์ ภูมิทัศน์ต้องสะอาด ทุกบ้าน หมู่บ้าน ในตำบล ตนเองมีความตั้งใจจะผลักดัน วิสาหกิจชุมชน ให้เกิดขึ้นทุกหมู่บ้าน เพื่อเป็นการรวมตัวสร้างรายได้ในชุมชนและแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์หรือความรู้ซึ่งกันและกัน เพื่อชีวิตชาวสวน ชาวนา ชาวไร่ รวมถึงอาชีพเกษตรกร ทุกหมู่เหล่า แม่บ้าน จะมีรายได้ที่มั่งคงยั่งยืนและเพิ่มขึ้น อย่างเช่นผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของหนองโรง อาทิ กล้วยตาก กล้วยหอม กล้วยเบรกแตก และอีกเรื่องที่ต้องรีบไม่แพ้กันคือถนนที่ทรุด ไฟริมทางถนน แบบโซล่าเซลล์ ซึ่งตนเองจะต้องเร่งปรึกษาและดำเนินการเพราะเป็นเรื่องความปลอดภัยของพ่อแม่พี่น้องประชาชน  การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว อาทิจุดอนุรักษ์พันธุ์ปลาหน้าวัดลำบัว หรือเพิ่มจุดแลนมาร์คให้เมืองหนองโรง เพื่อหนองโรงจะได้ไม่เป็นเพียงเมืองทางผ่าน แต่จะเป็นเมืองท่องเที่ยวในสักวัน

สุดท้ายนี้ ตนเองอยากขอขอบคุณทุกแรงใจ ทุกกำลังใจ จากเพื่อ พี่ น้อง และ ชาวบ้าน ต.หนองโรง ทุกๆท่าน ที่ให้โอกาสตนเอง เข้ามารับใช้ทุกท่าน ยุคนี้เป็นยุคดิจิตอล ตนเองก็จะพยายามนำความเจริญเข้ามาพัฒนาหนองโรงให้สำเร็จ ให้เห็นประจักษ์ชัดจริงตามนโยบายต่างๆที่ได้เคยกล่าวตอนหาเสียง เพราะสิ่งที่ตนเองได้พูดตอนหาเสียงนั้นมันคือความสอดคล้องของคติประจำใจของตนเอง นั่นคือ ทำได้จริง ทำได้ไว ทำทันที  เสี่ยกัง หรือ นายทินกร บุญสาน กล่าว

#เรื่องราวดีๆจากอีกหนึ่งชีวิตนักสู้แห่งเมืองหนองแค#


Share on Google+
เศรษฐกิจในประเทศ