ติดตามข่าวท้องถิ่น ร้องทุกข์ชาวบ้าน ข่าวอาชญากรรม ข่าวสังคม การเมือง บันเทิง กีฬา และคอลัมน์ วิเคราะห์เจาะลึก รายการพากินพาเที่ยว รับงานอีเวนท์ออกสื่อทุกชนิด สมัครเป็นสมาชิกส่งข่าว ร้องทุกข์ และร้องเรียนได้ที่ pooth.pnn@gmail.com *ห้ามมิให้ผู้สื่อข่าวใช้จรรยาบรรณไปในทางไม่ถูกต้อง (บรรณาธิการบริหาร)
วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2565
พรหมชีวาเข้า ศึกษาดูงาน และเดินหน้าผลักดันช่วยชาวนาทำการตลาดล่วงหน้าข้าวกข.43 พัฒนาชาวนาให้ลูกขึ้นสู้ แก้ไขปัญหาข้าวราคาตกต่ำ พึ่งตนเอง แบบยั่งยืน
(อ่านแล้ว 5387 ครั้ง)
Share on Google+

 

 

เมื่อวันที่  14  ธันวาคม  2564  เวลา 19.30 น.  ณ  ศูนย์ปราชญ์ชาวบ้าน จังหวัดนครปฐม  และเป็น ศูนย์เศรษฐกิจชุมชนฐานราก  ตำบลทุ่งขวาง  อำเภอกำแพงแสน  ดร.สุขุม และคุณเตือนใจ  วงประสิทธิ  ผู้บริหารบริษัทพรหมชีวา  บริษัทผู้นำในการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนให้เป็น  SOCIAL  ENTERPRISE  แบบยั่งยืน  โดยได้รับการต้อนรับจาก นายสุรพงศ์  บุญยงค์  เกษตรอำเภอ  และนายวีรวัฒน์  ก้องวิวัฒน์พงศ์ เกษตรตำบลกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม  และนำเข้าเยี่ยมคารวะ อาจารย์สุธรรม  จันทร์อ่อน  ปราชญ์ด้านเกษตรอินทรีย์ดีเด่นของแผ่นดิน ตลอดจนศึกษาดูงาน และร่วมแลกเปลี่ยนการทำการเกษตรแบบเกษตรอินทรีย์   และการพัฒนาการทำการเกษตรแบบก้าวหน้า   โดยมีสาระคือ จะร่วมกันให้ความรู้  ยกระดับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครปฐม และเกษตรกรทุกภูมิภาคทั่วประเทศให้ทำการการเกษตรแบบอินทรีย์  เพื่อตอบสนองผู้บริโภคให้มีอาหารปลอดภัยรับประทาน  โดยเริ่มต้นที่ภาคกลาง จังหวัดนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียง เป็นต้น นอกจากนี้ยังร่วมกันรณรงค์ให้เกษตรกรติดอาวุธทางปัญญา  คือ  เป็นเกษตรกรธุรกิจ   เพื่อรักษา  พัฒนา สืบสานต่อยอด อาชีพเกษตรกรของไทยสงวนไว้ให้ลูกหลาน เพื่อเป็นอาชีพที่มั่นคง  มีรายได้ที่งดงาม  นำมาซึ่งความก้าวหน้า ยั่งยืน  และมีความสุข  

 

ต่อจากนั้นในเวลา  13.00  น. ดร.สุขุม และ คุณเตือนใจ  วงประสิทธิ  ผู้บริหารบริษัทพรหมชีวา เดินทางไปยังบ้านเลขที่  17  หมู่  1  ตำบลทุ่งขวาง  อำเภอกำแพงแสน  จังหวัดนครปฐม เพื่อเข้าร่วมประชุมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตร (ศพก.)    โดยมีประธานศูนย์ให้การต้อนรับ  และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น  เพื่อเตรียมการผลักดันส่งเสริมให้สมาชิกของกลุ่ม  ปลูกข้าว กข43  ข้าวพื้นนุ่ม  ข้าวเพื่อสุขภาพ  น้ำตาลต่ำ  ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างสูง   โดยในชั้นนี้ ได้แนะแนวทางเบื้องต้น  โดยบริษัทพรหมชีวาจำกัด  จะรับทำการตลาดให้   โดยจะมีการประชุมเพื่อปรึกษาหารือ  เพื่อหาแนวทางนำไปสู่การทำบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ  (M.O.U) และสัญญาจะซื้อจะขายข้าวล่วงหน้า  เพื่อแก้ไขปัญหาข้าวราคาตกต่ำ ด้วยการพึ่งตนเองแบบยั่งยืน โดยมีกำหนดการที่จะเริ่มดำเนินการภายในปลายเดือนธันวาคม 2564 นี้

 

 

ด้าน ดร.สุขุม วงประสิทธิ ได้กล่าวว่า ช่วงเช้าของวันที่14 ธ.ค. ตนเองได้รับคำแนะนำจาก ท่านวารินทร์ บุษบรรณ ที่ปรึกษาโครงการพระดำริฯ และที่ปรึกษาอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กรมการข้าว กรมวิชาการการเกษตร ให้พรหมชีวาเข้าไปศึกษาแลกเปลี่ยนกับ ท่านอาจารย์สุธรรม จันทร์อ่อน  ซึ่งเป็นเกษตรกรดีเด่นด้านเกษตรอินทรีย์ ได้เข้ารับรางวัลพระราชทานจากพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่10 เพื่อขอความอนุเคราะห์จากท่านอาจารย์นำเรื่องเกษตรอินทรีย์ไปขยายต่อโดยเริ่มจากข้าว กข.43 ในหลายๆพื้นที่ทั้งภาคกลาง ภาคอิสาน และภาคเหนือ โดยอาจารย์สุธรรม จันทร์อ่อน ได้ให้ความรู้และร่วมบูรณาการ และเสริมแนวคิดว่า ต่อไปเกษตรกรต้องเป็นเกษตรก้าวหน้า กล่าวคือผู้ทำเกษตรต้องทำธุรกิจเป็นด้วยเพื่อเป็นการพึ่งตนเองแบบยั่งยืน

และช่วงบ่ายตนเองได้ไปร่วมประชุมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตร (ศพก.) ซึ่งได้ตนเองได้ร่วมพูดคุยเชิญชวนให้เกษตรกรที่ปลูกข้าว กข.43 ทำการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า ซึ่งได้เสียงตอบรับจากประธานกลุ่มและสมาชิกที่มีความสนใจและจะทำการร่วมปรึกษาในการดำเนินการต่อไป เพื่อแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำโดยการพึ่งตนเอง ซึ่งเป็นแนวทางของพรหมชีวาทำข้าวให้สอดคล้องกับรูปแบบของตลาด เป็นการทำธุรกิจเพื่อสังคมแบบยั่งยืน Socail Enterprise ทุกวันนี้ข้าว กข.43 ผลผลิตไม่พอบริโภค ทั้งใน อ.บางเลนเอง พรหมชีวาจึงได้ขยายการปลูกข้าว กข.43 มายัง อ.กำแพงแสน เพื่อเป็นโอกาสทางเลือกของชาวเกษตรกรใน อ.กำแพงแสน ได้หันมาพิจารณาปลูกข้าว กข.43 และ ให้บริษัทพรหมชีวา ได้ทำการตลาดล่วงหน้ามีการสั่งซื้อสั่งจองข้าวก่อนปลูก 

Share on Google+
เศรษฐกิจในประเทศ