ติดตามข่าวท้องถิ่น ร้องทุกข์ชาวบ้าน ข่าวอาชญากรรม ข่าวสังคม การเมือง บันเทิง กีฬา และคอลัมน์ วิเคราะห์เจาะลึก รายการพากินพาเที่ยว รับงานอีเวนท์ออกสื่อทุกชนิด สมัครเป็นสมาชิกส่งข่าว ร้องทุกข์ และร้องเรียนได้ที่ pooth.pnn@gmail.com *ห้ามมิให้ผู้สื่อข่าวใช้จรรยาบรรณไปในทางไม่ถูกต้อง (บรรณาธิการบริหาร)
วันศุกร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2565
พรหมชีวา นำเอกชน จับมือภาครัฐและภาคประชาชน เปิดโครงการปฏิญญาบางเลน พร้อม ผลักดันแผนบางเลนโมเดล พัฒนาชาวนาในอำเภอบางเลน ให้เป็น Smart Farmer ต่อยอดวิสาหกิจชุมชนให้เป็นธุกิจ S.E.
(อ่านแล้ว 5331 ครั้ง)
Share on Google+

 

 

วันนี้ 3 ธ.ค.2564 เวลา 09.00 น. ที่อาคารพรหมชีวา เลขที่ 126 บ้านคลองบางเลนหมู่12 ต.บางเลน อ.บางเลน จ.นครปฐม คุณวารินทร์ บุษบรรณ ที่ปรึกษาโครงการพระดำริฯ และที่ปรึกษาอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กรมการข้าว กรมวิชาการการเกษตร มาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการปฏิญญาบางเลน SMART FARMER SOCIAL ENTERPRISE  และร่วมสัมมนา ผลักดันบางเลนโมเดล พัฒนาครอบครัวชาวนาในอำเภอบางเลน ให้เป็น Smart  Farmer สู่การประกอบกิจการวิสาหกิจชุมชนให้เป็นธุรกิจเพื่อสังคมแบบยั่งยืนหรือ SOCIAL ENTERPRISE  ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านมาร่วมบรรยายพิเศษ อาทิ คุณศิริชัย เลี้ยงอำนวย เกษตรจังหวัดนครปฐม เป็นผู้นำบรรยาย / คุณกมล แสงสีงาม เกษตร อ.บางเลน  / คุณไชยยา วิมูลชาติ ชาวนาดีเด่น Smart Farmer / คุณฆาแวน คำดี เจ้าของคำ-วี การเกษตรและเป็นปราชญ์ชาวบ้านด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี / คุณบัวขำ สุวรรณรัตน์ และคุณสุพรรณณี สัณฑิติ นวัตกรรมจุลินทรีย์แบบเกษตรก้าวหน้า / คุณบุรินทร์ทร แซ่ล้อ เกษตรกรยุคใหม่New Smart Farmer (ศิลปินชาวนา) ร่วมเป็นวิทยากร  และปิดท้ายด้วยเรื่อง แนวทางการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนให้เป็น SOCIAL ENTERPRISE แบบยั่งยืน โดย ดร.สุขุม วงประสิทธิ ประธานกรรมการ บริษัท พรหมชีวา ยั่งยืน ซึ่งบรรยากาศภายในงานมีแขกผู้มีเกียรติ ครู อาจารย์ นักวิชาการ ผู้คร่ำหวอดในวงการการเกษตร รวมถึงชาวนา ให้ความสนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก อาทิ ดร.ภูมิรวิชญ์ ชัยภูริหิรัณยกุล ประธานอำนวยการแพทย์อาสา คุณประเสริฐ ป้ำกระโทก (อดีตผู้บัญชาการเรือนจำลพบุรี) ประธานวิสาหกิจชุมชนคนรักพืชสมุนไพร พร้อมคณะ คุณประสบพร เสรีพงศ์ กศน.อ.บางเลน พร้อมคณะ คุณกัญญา ศรีจิตพงษ์ สำนักงานตรวจสอบบัญชี อ.บางเลน พร้อมคณะ คุณมนตรี แสงประชาธนารักษ์ ผู้บริหาร บริษัทคูโบต้า นครปฐม พร้อมคณะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีบริษัทต่างๆที่ได้ร่วมทำ MOU ได้นำสินค้าของบริษัทมาแสดง อาทิ โดรนบังคับการพ่น ฉีดยาฆ่าแมลง หรือ พ่นยาทุกประเภท เครื่องจ่ายน้ำอัตโนมัติ ของบริษัท คำ-วี การเกษตร ข้าวกข 43 ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไผ่หูช้าง1 กาแฟสมุนไพร อาหารเสริม และสมุนไพรแปรรูปต่างๆจากหลากหลายบริษัท  ภายใต้กฎระเบียบการจัดงานช่วงการแพร่ระบาดไวรัสโควิดของ ศบค.

 

โดยการบรรยายพิเศษใน โครงการปฏิญญาบางเลนนั้น เป็นแผนพัฒนาผลักดัน บางเลนโมเดล นั้นเป็นการสนับสนุนการปลูกข้าว กข 43 และการยกระดับวิสาหกิจชุมชน Smart Farmer สู่  SOCIAL E NTERPRIS E แบบยั่งยืน โดย คุณวารินทร์ บุษบรรณ ได้กล่าวว่า ตนเองได้เห็นการทำงานของพรหมชีวาตั้งแต่เริ่มจนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่งผู้บริหารทั้งสองคน คือ ดร.สุขุม และ คุณเตือนใจ วงประสิทธิ ต่างมีความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือ ผลักดันชาวนาให้เกิดการพัฒนาอย่างแท้จริง ที่ผ่านมาทั้งใช้เม็ดเงินจำนวนมากในการทดลองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการโคกหนองนาโมเดล ทั้ง ใน อ.บึงคอไห จ.ปทุมธานี และ ในอ.บางเลน จ.นครปฐม การทดลองสร้างเครื่องหย่อนข้าวเตือนใจไทย และอีกหลากหลายโครงการ  ในขณะนี้ ได้เริ่มโครงการดีๆ เช่น บางเลน โมเดล ในแนวคิดการรวมกลุ่มธุรกิจ SOCIAL ENTERPRISE และผลักดันข้าว กข.43 ซึ่งมีความต้องการของตลาดอย่างมาก จนสายการผลิตของชาวนาทำแทบไม่ทัน และต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูง กำไรการขายต่อไร่ได้น้อย จึงจำเป็นต้องมีนวัตกรรมมาเข้าร่วม เพื่อให้ข้าว กข.43 ได้เกิดมีการพัฒนาในกระบวนการผลิต ลดต้นทุน ให้ชาวนามีกำไรต่อไร่สูงขึ้น ตนเองก็ต้องขอขอบคุณและอวยพรให้โครงการดีๆเช่นนี้ประสบความสำเร็จโดยเร็วเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องชาวนาไทย

 

ด้านคุณศิริชัย เลี้ยงอำนวย เกษตรจังหวัดนครปฐม ได้เริ่มกล่าวถึงปัญหาของเกษตรกร และ การหันกลับมานิยมบริโภคข้าว กข.43 ซึ่งเป็นข้าวน้ำตาลน้อยเหมาะกับผู้ป่วยเบาหวานและผู้สูงอายุ ในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูหนาว อากาศแห้ง สิ่งที่ชาวนครปฐมกังวลมากเกี่ยวกับการทำนาคือการเผาฟางข้าวซึ่งจะก่อให้เกิดมลพิษ หรือ PM2.5 ซึ่งตนเองอยากฝากถึงชาวนาว่า สามารถหลีกเลี่ยงการเผาฟางข้าวเป็นการใช้จุลินทรีย์ในการย่อยสลายได้ซึ่งทดลองแล้วว่าได้ผลจริง การทำการเกษตรนั้น เกษตรกรต้องหาความรู้เพิ่มเติมและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์

ด้านคุณกมล แสงสีงาม เกษตร อ.บางเลน  กล่าวว่า บางเลนนั้น ขณะนี้กำลังผลักดันเรื่องการปลูกข้าว กข.43 และ รณรงค์เรื่องฝุ่นมลพิษ PM2.5 ซึ่งข้าว กข.43แม้กำลังเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้น แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นตามมาเพราะ ผลผลิตและราคาต้นทุนของชาวนานั้นสูง ทำให้กำไรน้อย จึงต้องมาช่วยกันพัฒนานำนวัตกรรมหรือวิชาการเข้ามาร่วมเพื่อให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้น

 

ดร.สุขุม วงประสิทธิ ได้กล่าวว่า ใจความสำคัญของงานวันนี้ คือการเปิดตัวโครงการปฏิญญาบางเลน เป็นการร่วมมือกันของหลายหน่วยงาน เช่น บ.พรหมชีวา จำกัด  วิสาหกิจชุมชนในอำเภอบางเลน ไผ่หูช้าง2 บริษัท จักรทอง จำกัด  บริษัท คำวี-การเกษตร จำกัด  บ้านแม่แต๋ว ออแกนิคฟาร์ม  กรมส่งเสริมการเกษตร  กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าวเกษตรจังหวัดนครปฐม  การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครปฐม   กอ.รมน. และหน่วยงานราชการต่าง

ดร.สุขุม วงประสิทธิ  กล่าวต่อว่า การร่วมมือของหลายองค์กร ในการทำปฏิญญา บางเลน ครั้งนี้ สืบเนื่องจากทุกภาคส่วนต้องการร่วมผลักดัน โครงการ บางเลน โมเดล ให้เกิดขึ้นพัฒนาครอบครัวชาวนาในอำเภอบางเลน ให้เป็น Smart  Farmer สู่การประกอบกิจการวิสาหกิจชุมชนให้เป็นธุรกิจเพื่อสังคมแบบยั่งยืนหรือ SOCIAL ENTERPRISE เพราะ ธุรกิจเพื่อสังคมแบบยั่งยืนหรือ SOCIAL ENTERPRISE นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งในขณะนี้ภาครัฐได้มีการสนับสนุนธุรกิจรูปแบบนี้อย่างเต็มตัว ซึ่งธุรกิจ SOCIAL ENTERPRISE คือการร่วมมือของหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐ และ เอกชน ให้เกิดรวมตัวกันในการประกอบธุรกิจสามารถแบ่งปันทั้งความรู้ ปัจจัยด้านต่างๆแก่กัน รวมถึงการอำนวยความสะดวกในทุกๆด้าน โดยผลประโยชน์ นอกจากจะเกิดขึ้นร่วมกันแล้วยังตกไปยังชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ประชาชน ที่จะได้รับประโยชน์ตรงนี้ เพราะการทำธุรกิจ SOCIAL ENTERPRISE จะต้องดึงทุกภาคส่วนรวมถึงประชาชนเข้าร่วม โดยมี บริษัท พรหมชีวา จำกัด เป็นศูนย์กลางของธุรกิจ  SOCIAL ENTERPRISE นี้

 

อีกทั้งปฏิญญาบางเลน SMART FARMER SOCIAL ENTERPRISE นั้นเป็นการสนองการพัฒนาเกษตรกรบางเลน ใช้นวัตกรรมที่ทันสมัย ผลิตข้าวดี ทำนาลดโลกร้อน ดีต่อตัวเรา ดีต่อบางเลน ดีต่อนครปฐม ดีต่อประเทศไทย ดีต่อโลก ซึ่งเป็นการสืบสาน คำขวัญอำเภอบางเลน ที่ว่า "แหล่งข้าวอุดมดี มากมีเป็ดปลา วัฒนธรรมล้ำค่า งามตาท่าจีน" โดยยึดหลัก 1.ใช้นวัตกรรม อุปกรณ์เทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 2.ผลิตข้าวดี ประกวดพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับพื้นที่ ทนทานต่อโรค ไม่ไวต่อแสงระยะเวลาเก็บเกี่ยวสั้น

3.ลคภาวะโลกร้อน ส่งออกเครดิตคาร์บอน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

3.1 ทำนาอย่างรู้คุณค่าของน้ำ ทำนาแบบเปียกสลับแห้ง การปรับระดับพื้นที่นา

3.2 จัดการฟางและตอซังเพื่อลดการเผาในที่โล่ง

4.เชื่อมโยงการตลาคออน ไลน์สู่สากล จำหน่ายตรงถึงผู้บริโภค ทั่วประเทศและทั่วโลก

ดร.สุขุม วงประสิทธิ กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ พรหมชีวา เลือกสถานที่แห่งนี้ในบ้านคลองบางเลน ก็เพราะว่า พื้นที่บางเลนนั้นมีพื้นที่การเพาะปลูกข้าวแทบร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือ 150,000ไร่ ซึ่งนับว่าเป็นพื้นที่ ที่เหมาะแก่การมาดำเนินการเรื่องการพัฒนาการเกษตรและ การเพาะปลูกข้าว ขณะนี้ ตนเองได้ทำ MOU กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไผ่หู้ช้าง 1 และ บริษัท คำ-วี การเกษตร ภายใต้การนำของคุณ ฆาแวน คำดี  เจ้าของบริษัท เพื่อพัฒนาการผลิตข้าว กข.43 โดยมี คุณไชยา วิมูลชาติ ประธานวิสาหกิจฯ ปราชญ์ชาวบ้านและ Smart Farmer  ที่ใช้ชีวิตทั้งชีวิตทุ่มเทให้กับการเพาะปลุกและพัฒนาข้าวสายพันธ์ กข 43 มาอย่างยาวนาน ซึ่งต่อไปการเพาะปลูกข้าวจะสะดวกขึ้นจากนวัตกรรมคนไทย ของ บริษัท คำ-วี การเกษตร ที่สร้างโดรนใช้สำหรับบิน พ่นยา และสารต่างๆ โดยไม่ต้องใช้คนเยอะ หรือรถพ่นยา ทำให้สะดวก ประหยัด ปลอดภัยจากสารเคมีต่างๆ  ดร.สุขุม วงประสิทธิ กล่าวทิ้งท้าย

 

หลังจบการสัมมนา คุณวารินทร์ บุษบรรณ เป็นประธานการเซ็นชื่อเปิดปฏิญญาบางเลน บนป้ายเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ในความร่วมมือแก่ทุกท่าน ในการสืบสานคำขวัญของอำเภอบางเลน และถ่ายภาพร่วมกัน ก่อนที่ ทางผู้เข้าร่วมงานได้รับเมตตาจาก พระครูปทุมธรรมานุโยค ได้ทำพิธีรดน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมมอบวัตถุมงคลแก่ทุกท่าน

ท้ายสุดนี้ ทาง คุณประเสริฐ ป้ากระโทก ประธานวิสาหกิจชุมชนคนรักษ์พืชสมุนไพร ตำบลด่านเกวียน อำเภอโชตชัย จังหวัดนครราชสีมา ได้ร่วมลงนามทำสัญญา MOU กับ ดร.สุขุม วงประสิทธิ ประธานบริหารบริษัทพรหมชีวาจำกัด เพื่อร่วมกันเข้ามาดูแล เกมตรกร และส่งเสริมสนับสนุน การเพาะปลูก การเเปรรูป การจำหน่าย สินที่เกษตรเศรษฐกิฐ อาทิ ข้าวกข 43  กัญชา กัญชง กระท่อม

 

Share on Google+
เศรษฐกิจในประเทศ